Snowdon trip II
มาอ่านทริปภูชี้ฟ้ากันต่อเถอะนะ
วันที่27
 
เช้าวันนี้ตื่นมาก็ลงมาทานอาหารเช้าที่ทางโรงแรมมีให้ กว่าจะออกไปกันก็เกือบ 10 โมงแล้ว เดินออกมาก็หนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจเลยอ่ะ คือว่าไม่มีแดด แล้วฝนตกปรอยๆ แบบว่าเป็นฝอยๆ เหมือนที่ฉีดผ้าอ่ะ แต่ว่ามาถึงนี่แล้วจะยอมแพ้หรอ กับแค่ฝนตก (ยิ้มทั้งน้ำตา)
 
ก็ออกเดินทางไปตามแผนที่ที่ไปขอมาเมื่อวานนี้ ก็แอบเตรียมใจไว้แล้วว่าไกลแน่ๆ แต่ปรากฏว่าเดินออกมานิดนึงก็เห็นเขื่อนของ Snowdonia แล้วอ่ะ (เป็นเขื่อนที่ใช้ผลิตไฟฟ้า ไม่ได้เข้าไปดูหรอก เพราะว่าต้องจองบัตรล่วงหน้าเท่านั้น เลยอดเลย) แบบว่าใกล้มากเลยอ่ะ เดินไปแค่ประมาณ 200 เมตรเองอ่ะ
 
แล้วก็แปลว่าเดินไปอีกนิดนึงก็จะไปถึงรถไฟที่จะพาเราขึ้นไปบนเขา Snowdon แล้ว
เลี้ยวขวาไปก็ถึงจริงๆ ค่ะ งงมากๆ ที่ทุกอย่างมันอยู่ใกล้กับโรงแรมมากๆ เลยอ่ะ เป็นข้อดีของโรงแรมนี้อย่างมากมายที่ใกล้แบบนี้
 
ก่อนเดินไป ก็ต้องข้ามสะพานไปก่อน ก็เป็นแบบว่าสายน้ำไหลเอื่อยๆ ไม่มีไรมาก คิดว่าเป็นน้ำที่ไหลมาจากบนภูเขาอ่ะ เพราะว่าบนเขามีน้ำตกด้วย
 
ก็เข้าไปซื้อบัตรกัน ราคานร.ก็ 12 ปอนด์ (บางคนก็ลำบากหน่อย ต้องใส่หมวกซ่อนหงอก แล้วก็แอ๊บเด็ก) แต่ว่าวันนี้อากาศไม่ดีรถไฟก็จะไม่ขึ้นไปสุด เพราะว่าทัศนะวิสัยแย่ ลมแรงอีกต่างหาก จะขึ้นไปแค่ 3 ส่วน 4 ของภูเขาเท่านั้น อืมเอา ก็เอา ก็มาถึงแล้วอ่ะ อากาศมันดันแย่เองอ่ะ ช่วยไม่ได้นี่เนอะ ก็จ่ายเงินไป แต่กว่าจะถึงเวลาก็มีเวลาอีกเกือบๆ ชม. ก็ออกมาเดินเล่นแถวๆ นั้นก่อน
 
อ่อ ลืมบอกไปว่าวันนี้มันมีแข่งวิ่งมาราธอนอ่ะ วิ่งขึ้นไปบนเขาอ่ะ คนมาวิ่งเยอะมาก มิน่าโรงแรมเต็มหมดเลย
ตอนนั้นก็จะเห็นคนแบบว่าเข้าแถว รอวิ่งกันเยอะแยะมากมาย
 
ก็ออกไปถ่ายรูปที่ลำธารข้างต้น สวยดีอ่ะ เป็นแบบน้ำๆ แล้วก็มีพวกต้นสนอยู่สองข้างทาง ลงไปถ่ายรูปกันมาด้วยแหละ น้ำมันไม่เยอะเท่าไหร่อ่ะ แอบเอามือไปจุ่มน้ำด้วย ก็เย็นๆ ดี
 
แล้วก็แวะไปดูร้านขายของที่ระลึก ของไม่ค่อยแพงอ่ะ เทียบกับในลอนดอนนะ โปสการ์ด 20 พี ในลอนดอนขายตั้ง 35 พี บ่งบอกให้เห็นได้ชัดเลยว่าที่นี่มันบ้านนอกจริงๆ เหอๆ
ที่นี่มี love spoon ที่แบบว่าเป็นของขึ้นชื่ออ่ะ มันก็จะเป็นช้อนไม้ แต่ว่าด้ามจับจะทำเป็นรูปหัวใจ ดอกไม้ ข้าวหลามตัด ห่วง เกือกม้า สมอ เป็นต้น ก็จะมีความหมายแตกต่างกันไป จำไม่ได้แล้วว่าอันไหนหมายความว่ายังไง ช้อนที่มีด้ามหลายๆ รูปก็จะแพงหน่อย แล้วก็ขึ้นอยู่กับไม้ด้วยว่าเป็นไม้แบบไหน เจี๊ยบยอมเสียเงินซื้อให้ด้วยอันนึง เป็น links and cross แปลว่า together กับอะไรไม่รุ้จำไม่ได้แล้ว เหอๆ
 
พอถึงเวลาขึ้นรถไฟ กะเหรี่ยง 3 คน ก็ขึ้นไปจับจองที่นั่ง มันจะแบ่งเป็นตอนๆ แต่ละตอนก็จะเป็นเก้าอี้สองแถวหันหน้าเข้าหากัน ก็เลือกนั่งหันหน้าขึ้นไป จะได้ไม่เวียนหัวมาก
 
พอรถไฟออกก็เป็นที่ตื่นตาตื่นใจมากๆ มีน้ำตกไม่ใหญ่มาก อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ แล้วก็มีแกะเต็มไปหมดเลย สมัย King George ที่เท่าไหร่ ไม่รุ้อ่ะ แถวนี้เป็นฟาร์มเลี้ยงแกะของท่านล่ะ ก็จะมีซากๆ หินๆ ที่เป็นตัวโรงฟาร์มไรพวกนี้ให้เห็นอยู่ด้วย
วิวสองข้างทางก็เป็นเทือกเขาอ่ะ แบบว่ามองไปก็เป็นภูเขา ลาดลงบ้าง ลาดขึ้นบ้าง แล้วก็เป็นหุบเขาไรงี้อ่ะ
จำได้ว่าในแฮรี่ พอตเตอร์ J.K. Rolling ให้มีมังกรพันธุ์นึงมาจากเวลส์ ไม่สงสัยเลย เพราะว่าที่นี่มีหุบเขาให้มังกรมาซ้อนตัวได้เยอะมากจริงๆ แค่เทือกเขา Snowdon ที่เดียว มังกรก็อยู่กันได้เป็นโขลงแล้ว
 
พอรถไฟขึ้นมาถึงจุดที่มันบอกว่าจะจอด (สูงจากน้ำทะเล 600 เมตร จุดที่สูงที่สุด 1085 เมตร) ก็ได้ยินเสียงลมประทะกับรถไฟอ่ะ ให้ความรู้สึกเหมือนเสียงคลื่นที่ทะเลเลยอ่ะ คือว่าลมมันแรงมากๆๆๆๆ แล้วก็มองอะไรไม่ค่อยเห็นอ่ะ แบบว่าเป็นหมอกๆ
อืม ลืมบอกไปว่าตอนอยู่ข้างล่างมองขึ้นมาจะไม่เห็นยอดเขาเลย เพราะว่าเมฆบังหมดเลย ให้ความรู้สึกว่าท้องฟ้าอยู่ใกล้มากๆ ถ้ายิ่งขึ้นไปบนยอดเขาแล้วก็จะเหมือนอยู่บนฟ้าแน่ๆ เลย
เค้าไม่อนุญาตให้ออกจากรถไฟลงไปถ่ายรูป ก็เลยแบบเหมือนจ่ายเงินมานั่งมองเมฆหมอกให้หนาวสั่นเล่นๆ แล้วก็นั่งรถไฟกลับลงมาแค่นั้นเหอๆ (แอบเสียดายเงินเหมือนกันนะเนี้ย)
 
ลงมาเสร็จก็ไปนั่งรถไฟ (อีกแล้ว) แต่อันนี้เป็นรถไฟเลียบทะเลสาบ (น้ำที่ผ่านจากเขื่อนมาก็มาเป็นทะเลสาบนี่แหละ) ตอนนี้ฝนก็ยังตกอยู่ ฟ้าก็ครึ้มมากๆ แต่พวกเราก็ยังนั่งรถไฟกันต่อ รถไฟออกก็ดูวิวสองข้างทาง แบบว่าชิลมากๆ เป็นน้ำทะเลสาบสวยอ่ะ คือว่ารางรถไฟมันอยู่ริมๆ เลยนะ มีคนพายเรือแคนูเล่นด้วย พวกฝรั่งนี่มันชอบเล่นอะไรแบบนี้จริงๆ เลย
 
แล้วก็.. รถไฟวิ่งไปสุดทางอีกด้านให้เวลา 15 นาที ลงไปถ่ายรูปกัน ตอนนี้แอบมาปะกับครอบครัวเกาหลี แบบครอบครัวใหญ่ด้วยอ่ะ ก็เนียนๆ ไปเดินใกล้ๆ แล้วทำเป็นเหมือนว่ามาทัวร์กับโรงเรียนเกาหลีด้วยแหละ เห็นรูปแล้วก็ตลกดีอ่ะ
 
แล้วก็นั่งรถไฟกลับมา ตอนนั้นก็บ่ายสองกว่าๆ แล้ว ก็หารถเมล์นั่งออกไปอีกเมืองนึง จะไปเที่ยวปราสาท ชื่อว่า Canaerfon เขียนงี้มั้งไม่แน่ใจ ที่เวลส์มีปราสาทเยอะมากๆ เลยอ่ะ แต่ว่าอันนี้จะมีน้ำล้อมรอบด้วย เพราะว่าอยู่ติดทะเลเลย นั่งรถเมล์มาก็งงๆ หน่อย 30 นาทีถึง (มันอยู่ใกล้กันมากๆ เลยนะเนี้ย) แล้วก็เดินไปนิดนึง ตอนนี้ลมแรงมาก เพราะว่ามาถึงเมืองที่ติดทะเลแล้ว หนาวสุดๆ ไม่รู้จะบรรยายยังไงเลย
 
เดินมานิดนึงก็ถึงปราสาท ก็งงๆ หาทางเข้าไม่เจอ เดินอ้อมไป (ทางด้านหลัง ตอนนั้นไม่รุ้ว่าคือด้านหลัง) ก็แบบว่าเห็นเรือจอดกันเต็มเลยอ่ะ แต่ว่าที่ที่เรือจอดไม่มีน้ำเลย เหอๆ น้ำลงค่ะน้ำลง แล้วปราสาทที่มีน้ำล้อมรอบก็ไม่มีให้ดูสิค่ะแบบเนี้ย ก็เศร้ากันไป
ในที่สุดก็หาทางเข้าเจอ ก็เสียเงินค่าเข้า 4 ปอนด์กว่าๆ ราคานร.อีกเช่นกัน ก็ซื้อหนังสือนำเที่ยวปราสาทมาด้วย เพราะว่าไม่มีไกด์ แล้วก็ไม่มีอะไรให้ฟังด้วย เดินเองคงไปไม่ถูกแน่ๆ แล้วตอนนั้นก็ สามโมงครึ่งแล้ว ปราสาทปิด 5 โมง ต้องรีบเดิน ก็เดินไปที่ Queens tower ก่อน เพราะมันอยู่ตรงข้ามทางเข้าเลย ก็เดินๆ เข้าไป ข้างในหอคอยนี้ก็เป็นพิพิธภัณฑ์ทหารของเวลส์ด้วย ก็มีพวกเหรียญ ชุด ปืน ประวัติต่างๆ มากมาย แล้วก็เดินๆ ขึ้นไปด้านบนหอคอย วิวสวยมากๆๆๆๆๆ แล้วก็หนาวมากๆๆๆๆๆ ลมแรงมากๆๆๆๆๆๆๆ ถ่ายรูปกันเพลินเลยทีเดียว วิวด้านบนมองไปเห็นเมืองทั้งหมดด้วย เห็นทะเล ที่น้ำลงๆ ด้วย
ตอนขี้นหอคอยอิสราก็ลำบากนิดหน่อย เพราะว่าบันไดที่ขึ้นหอคอยมันเป็นบันไดวน แล้วไม่ชอบอ่ะ บันไดวนมันเดินยากอ่า มันจะงงๆ เวียนหัวด้วย เดินขึ้นว่าลำบากแล้วตอนลงนี่ยิ่งกว่าอีก แล้วต้องได้เดินเป็นคนแรกทั้งสองขาเลย   แทบแย่อ่ะ แล้วก็ตอนลงดันไปสรรหาทางลงที่แบบว่าไม่ใช่ทางที่ขึ้นมา ลงไปได้ 10 กว่าขั้น มันก็มืดๆ แล้วอ่ะ เจี๊ยบมันก็บอกให้ลงไปอีก เค้าก็แบบไม่เอาแล้วมันมืดอ่ะ ไม่มีแสงเลย แล้วเป็นบันไดวนหมดเลยด้วย ได้ตกลงไปคอหักก่อนจะถึงด้านล่างแน่ๆ โวยวายๆ แบบว่ากลัวอ่ะ ทำไมชอบแกล้งกันฟระ เดี๋ยวก็ร้องไห้ซะเลย ในที่สุดก็เลยเดินกลับขึ้นมากัน แล้วก็ไปลงทางที่ขึ้นมา
 
แล้วก็ไปตรงพิพิธภัณฑ์กษัตริย์ของเวลส์ก็ไปเห็นแผนภูมิต้นไม้ราชวงศ์ของเวลส์ ก็ดูไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก มารู้เรื่องอันล่างๆ อ่ะที่มี Queen Elizabeth and Prince Chales แล้วก็ทำให้ได้รู้ว่าตอนที่มีพิธีแต่งตั้งฟ้าชายชาลส์อ่ะ เค้าทำกันที่ปราสาทนี้ แท่นตรงกลางสนามในปราสาทคือแท่นที่ทำพิธีตอนนั้นเลย
แล้วก็หมดเวลาเดินอ่ะ เค้าสั่นกระดิ่งไล่ให้ออกไปด้านนอกได้แล้ว อยากรู้เหมือนกันนะว่าถ้ายังมีคนไม่ออกมา เค้าจะรู้มั้ยอ่ะ
 
แล้วก็ออกมาหาไรกินกัน เพราะว่าหิวกันโซเลยทีเดียว ตั้งแต่เช้ามากินมื้อเช้าที่โรงแรมไปแค่อย่างเดียวเอง ก็เลือกกินอาหารจีน ไม่มีเวลาเดินหาร้าน ต้องรีบนั่งรถเมล์กลับโรงแรมตอน 1 ทุ่ม หลังจาก 1 ทุ่มแล้วก็เป็น 2 ทุ่มเลย ดึกเกินไป เรื่องของเรื่องคือว่าเมืองมันปิดร้านหมดแล้ว ไม่มีที่ให้รอรถเมล์อ่ะ ไปยืนหนาวๆ ที่ป้ายก็ใช่เรื่อง
 
กินกันเสร็จ ก็ต้องรีบวิ่งไปขึ้นรถเมล์เพราะว่าอาหารที่ร้านจีนนี้ช้ามาก แถมยังคิดเงินช้าอีกต่างหาก
 
กลับมาถึงโรงแรมก็อาบน้ำนอน ที่น้ำหยดเมื่อวานมีคนมาซ่อมแล้ว คืนนี้จะได้นอนหลับเต็มอิ่มแล้ว แต่ต่อให้มีน้ำหยดก็คงหลังสนิทอ่ะ เพราะว่าเหนื่อยมาก เดินกันทั้งวันเลย
อ่อ แล้ววันนี้ก็เปลี่ยนเวลาด้วยถอยหลังเพิ่มไปอีก 1 ชม. ตอนนี้เมืองไทยกับอังกฤษก็ห่างกัน 7 ชม.แล้ว
 
แพลนสำหรับพรุ่งนี้ก็คือว่าจะไปนั่งรถไฟขึ้นเขาอีกรอบนึงถ้ามันให้ขึ้นไปด้านบนสุดนะ แล้วก็ถ้าอากาศดีด้วย แต่ดูจากทีวีแล้วอากาศน่าจะดี อย่างน้อยก็ฝนไม่ตกล่ะ อิอิ

บรรยากาศดีมากอะ แต่ว่าคงหนาวมาก (ก็บอกว่าหนาว--แป๊กลี่)
ไม่ได้ไปเม้นท์ตอนกระเป๋าตังค์หายอะ ไม่ว่ากันนะ
มันผ่านไปแล้วก็ช่างมันเหอะ มองไปข้างหน้าดีกว่า
วิวสวย แถมยังไปกะคนรู้ใจและเพื่อนด้วย ดีจริงๆ
เหมือนฉากในหนังโบราณเลยอะ
ถ้าใส่ชุดพองๆนี่เข้ากะบรรยากาศมากๆเลยนะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ